ประเด็นสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ พ.ศ. 2557

 

สืบเนื่องจากการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อสถานการณ์สิ่งแวดล้อม ในช่วง พ.ศ. 2556 – 2557 และการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิชาการ ทำให้สามารถคัดเลือกประเด็นสิ่งแวดล้อมพิเศษ ในการรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2557 จำนวน 4 เรื่อง ประกอบด้วย (1) ภัยแล้งกับความมั่นคง ด้านน้ำ อาหาร และพลังงาน (2) การใช้ประโยชน์พื้นที่ป่าไม้ (3) ขยะมูลฝอยและของเสียอันตราย : วาระสำคัญของ ประเทศ และ (4) การใช้พลังงานหมุนเวียน

 

001

 

1. ภัยแล้งกับความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และพลังงาน

ภัยแล้ง เป็นภัยจากการขาดแคลนน้ำจนเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวางต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ พืชและสัตว์ รวมทั้งสองผลต่อระบบการผลิตต่าง ๆ ภัยแล้งมีโอกาสเกิดมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละปีและในแต่ละพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ภัยแล้งอาจเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูฝน หากมีภาวะฝนทิ้งช่วงหรือฝนแล่งเป็นระยะเวลานาน และมีอิทธิพลของมรสุมที่ทำให้เกิดความแห้งแล้ง อุณหภูมิสูงขึ้น และภาวะฝนผิดปกติ ทั้งนี้ ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำอาจไม่รุนแรงนักหากมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเหมาะสมทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งมีการเตรียมความพร้อมและสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวต่อภาวะภัยแล้งที่จะเกิดขึ้น

ภัยแล้งที่เกิดขึ้น

ภัยแล้งที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2556 – 2557 ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ต่าง ๆ กระจายใน 49 จังหวัด ทั่วประเทศ โดยมีพื้นที่ขยายเพิ่มขึ้นในภาคใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งใหม่ สำหรับภัยแล้งในช่วงปีนี้เกิดก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากภาวะฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่กลางปี พ.ศ. 2556 ส่งผลให้ปี พ.ศ. 2557 ฤดูฝนมาช้ากว่าปกติ และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยทั้งปีสูงถึง 1,764 มิลลิเมตร แต่การกระจายของปริมาณฝนในแต่ละเดือนมีความแตกต่างจากค่าปกติ มีอุณหภูมิเฉลี่ยในแต่ละเดือนสูงกว่าปีที่ผ่านมาเกือบทุกเดือน อีกทั้งยังมีปัจจัยด้านปริมาณน้ำท่าในแหล่งน้ำสายหลักลดลง การที่ฝนตกนอกพื้นที่รับน้ำทำให้น้ำลงอ่างเก็บน้ำมีปริมาณน้อย รวมถึงการเร่งระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนในฤดูกาลใหม่ ล้วนเป็นเหตุทำให้น้ำที่กักเก็บในอ่างเก็บน้ำลดลงไปด้วย ในขณะที่ภาคการเกษตรมีการผลิตข้าวเพิ่มขึ้นทุกปีทำให้มีความต้องการใช้น้ำชลประทานมาก จึงเกิดผลกระทบต่อพื้นที่เพาะปลูก ดังกล่าว

กรณีภัยแล้งในจังหวัดน่านซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำ และจังหวัดชัยนาทซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตชลประทาน พบว่า พื้นที่ประสบภัยแล้งขยายมากขึ้นและเกิดขึ้นในพื้นที่ใหม่ ๆ สำหรับในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากสภาพดินไม่อุ้มน้ำ เกิดผลกระทบต่อการเพาะปลูกพืชและน้ำใช้ในการอุปโภคบริโภค โดยเกษตรกรส่วนหนึ่งตระหนักดีว่าการปลูกพืชในช่วงดังกล่าวมีความเสี่ยงแต่ยังทำการเพาะปลูก และคิดว่าหากได้รับผลกระทบก็จะได้รับการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแม้จะไม่คุ้มค่ากัน แต่หากปล่อยที่ดินทิ้งไว้รอหน้าฝนก็จะขาดรายได้ที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี เกษตรกรบางส่วนได้มีการติดตามข้อมูลข่าวสารวางแผนการผลิต และจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นแหล่งน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง

ผลกระทบจากภัยแล้ง

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภัยแล้ง ได้สร้างความเสียหายต่อภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบ 9 แสนกว่าไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ผลิตข้าว คิดเป็นร้อยละ 86.48 ของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ยังเกิดผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิต แรงงานรอฤดูได้อพยพเข้ามาทำงานในเมือง และภาวะเศรษฐกิจการเกษตรถดถอยจากผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง และทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในการใช้น้ำในบางพื้นที่ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้เกิดการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำอยู่บ่อยครั้งและต่อเนื่องยาวนานขึ้น เกิดปัญหาการรุกล้ำของน้ำเค็มบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกงมากขึ้น และมีความเค็มสูงขึ้นกว่าเดิม ส่งผลต่อพื้นที่เกษตรและระบบน้ำประปาที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำดังกล่าว

วิเคราะห์สถานการณ์ภัยแล้ง

ที่ผ่านมาการเกิดภัยแล้งมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ทำให้การวางแผนเพาะปลูกพืชในแต่ละฤดูกาลยากยิ่งขึ้น และได้สร้างความเสียหายต่อการเพาะปลูกข้าวและพืชอายุสั้นในช่วงคร่อมฤดูแล้ง โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังที่ต้องอาศัยน้ำชลประทานช่วยหล่อเลี้ยง นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน และมันสำปะหลัง ซึ่งได้รับผลกระทบชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากภัยแล้งที่เกิดขึ้น ยังไม่ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารของคนไทยในระยะสั้น เนื่องจากผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับพืชดังกล่าว โดยส่วนหนึ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออก แต่ภัยแล้งได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค ได้เกิดขึ้นในบางพื้นที่ซึ่งไม่มีระบบประปาหรือน้ำบาดาล รวมทั้งพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำซึ่งมีการรุกล้ำของน้ำเค็ม ส่งผลต่อคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตประปา ซึ่งได้สร้างความ เดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว นอกจากนี้ ภัยแล้งได้มีผลทำให้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำตามเขื่อนต่าง ๆ ลดต่ำลง ซึ่งมีผลต่อระบบการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำจากเขื่อนเหล่านั้น โดยที่ผ่านมามีข้อมูลว่าเขื่อนสิริกิติ์เคยลดกำลังผลิตไฟฟ้า เนื่องจากระดับน้ำต่ำลงมาก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้จะยังไม่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศมากนัก เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ต่าง ๆ มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.6 ของปริมาณการใช้พลังงานทั้งหมดของประเทศ หรือคิดเป็นร้อยละ 3 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ อีกทั้งมีแผนการสำรองผลิตไฟฟ้าด้วยแหล่งพลังงานอื่น ๆ ในช่วงฤดูแล้ง

แม้ผลกระทบจากภัยแล้งที่มีต่อการเกษตร น้ำอุปโภคบริโภค และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ จะไม่ส่งผลต่อความมั่นคงทางน้ำ อาหาร และพลังงานโดยรวมของประเทศมากนัก แต่ได้สร้างความเสียหายในระดับพื้นที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ และหากเกิดภัยแล้งบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้นในอนาคตโดยขาดการบริหารจัดการที่ดีแล้วย่อมเกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบในด้านต่าง ๆ ที่ชัดเจนขึ้น

ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนในการแก้ปัญหาภัยแล้ง พบว่าเป็นการดำเนินงานที่มีความซ้ำซ้อนกันในพื้นที่และขาดการประสานงานกัน ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีข้อมูลที่ชัดเจนแต่ขาดงบประมาณในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ในส่วนของภาคประชาชนหรือเกษตรกรได้เริ่มมีความเข้าใจและปรับตัวมากขึ้น รวมทั้งคอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ เพื่อเตรียมรับมือและวางแผนการผลิตเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น